The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย อัปเกรดแบตใหญ่ หั่นราคาเปิดตัวแสนโหดเริ่ม 1.399 ล้านบาท จำกัด 400 คันแรก



ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) เดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งในเซกเมนต์ยานยนต์ไฟฟ้า 100% ด้วยการเปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทยอย่างเป็นทางการ การขยับมาตั้งฐานการผลิตและการประกอบรถยนต์รวมถึงโรงงานแบตเตอรี่แรงดันสูงผ่าน ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) หรือ HMMT ในครั้งนี้ ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นฐานการประกอบรถตระกูล IONIQ 5 แห่งที่ 6 ของโลก และเป็นประเทศที่ 2 ต่อจากเกาหลีใต้ที่ได้รับสิทธิ์ในการประกอบรุ่นชุดแต่งสปอร์ต N Line นี้

เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่มีดีไซน์แตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทางฮุนไดได้นำจุดเด่นด้านเทคโนโลยีของแบรนด์มาปรับโฉมใหม่ (Product Enhancement) รอบคัน



อัปเกรดแบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น ขุมพลังไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ ชาร์จไว 18 นาที

ตัวรถยังคงทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มขั้นเทพอย่าง E-GMP ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ ไฮไลต์ด้านเทคนิคในรุ่นประกอบไทยมีข้อมูลสำคัญดังนี้:

  • แบตเตอรี่เจเนอเรชันใหม่: อัปเกรดความจุแบตเตอรี่ Lithium-ion แบบ Liquid cooled เพิ่มขึ้นเป็น 84 kWh (จากเดิมรุ่นนำเข้ามีความจุอยู่ที่ 72 kWh) ส่งผลให้ทำระยะทางการขับขี่สูงสุดได้ถึง 591 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC หรือ 530 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP หมดห่วงเรื่องการเดินทางไกล

  • สถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้า 800V: มาพร้อมเทคโนโลยีไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ รองรับการชาร์จเร็วพลังงานสูง (Ultra-Fast Charge DC) สูงสุด 350 kW สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 18 นาที ส่วนการชาร์จกระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 10.5 kW ชาร์จจาก 10% ถึง 100% ในเวลาประมาณ 7 ชั่วโมง 35 นาที

  • ฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load): สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถออกไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.6 kW เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานนอกสถานที่

ระบบขับเคลื่อนเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ส่งกำลังลงสู่ล้อหลัง (RWD) ให้พละกำลังสูงสุด 225 แรงม้า (168 kW) พร้อมแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 7.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ติดตั้งช่วงล่างด้านหน้า MacPherson Strut ด้านหลัง Multi-link พ่วงระบบ Damping Control System แบบ High Performance และมีโหมดการขับขี่ให้เลือกปรับถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, My Drive และ Snow



ห้องโดยสารกว้างขวางฐานล้อ 3 เมตร เสริมความพรีเมียมด้วยชุดแต่ง N Line

มิติตัวถังของรถมีความยาว 4,655 มม. กว้าง 1,890 มม. สูง 1,605 มม. โดยมีจุดเด่นหลักที่ระยะฐานล้อยาวถึง 3,000 มม. ทำให้พื้นที่ห้องโดยสารตอนหลังกว้างขวางและนั่งสบายมาก พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 520 ลิตร และขยายได้สูงสุด 1,580 ลิตรเมื่อพับเบาะแถวหลัง

ความพิเศษของรุ่น N Line ตัวรถจะได้รับการติดตั้งชุดแต่งดีไซน์สปอร์ตสไตล์รถสมรรถนะสูงรอบคัน ตั้งแต่กันชนหน้า-หลัง, สเกิร์ตข้าง, ดิฟฟิวเซอร์ท้าย และล้ออัลลอยดีไซน์เฉพาะรุ่น N Line ขนาดใหญ่ 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารเสริมคาแรกเตอร์สปอร์ตด้วยพวงมาลัยโลโก้ N ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง เบาะนั่งเป็นหนังแท้พร้อมปั๊มโลโก้ N ซึ่งเบาะผู้ขับขี่จะเป็นแบบ Zero Gravity ปรับเอนนอนด้วยไฟฟ้าพร้อมที่พักขาเพื่อความผ่อนคลายระหว่างรอชาร์จไฟ นอกจากนี้ยังมีหลังคา Vision Roof ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone และระบบเสียงระดับพรีเมียมจาก BOSE Premium Sound System พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง



เปิดตัวแอปอัจฉริยะ Hyundai Bluelink ครั้งแรกในไทย และระบบความปลอดภัย 17 ระบบ

รถรุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแรกในประเทศไทยที่ได้รับการติดตั้งระบบ Hyundai Bluelink Connected Car Services ที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สั่งการและเช็กสถานะตัวรถผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนได้อย่างอิสระ เช่น การตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ ล็อกหรือปลดล็อกรถ สั่งเปิดแอร์ล่วงหน้าก่อนขึ้นรถเพื่อสู้กับสภาพอากาศเมืองไทย รวมถึงระบุตำแหน่งรถในลานจอด



ด้านความปลอดภัยมีการจัดเต็มเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) ภายใต้ระบบ Hyundai SmartSense รวมมากถึง 17 ระบบ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชันหยุดและออกตัวตามรถคันหน้า (Smart Cruise Control with Stop and Go), ระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ รวมถึงขณะเลี้ยวที่ทางแยก (Forward Collision-avoidance Assist), กล้องมองรอบทิศทาง (Surround View Monitor) และระบบเตือนการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง (Safe Exit Warning) เป็นต้น



สรุปราคาจำหน่าย และโปรโมชันพิเศษจำกัด 400 คัน

The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย มีราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 1.699 ล้านบาท แต่ทางฮุนไดสร้างเซอร์ไพรส์ใหญ่ด้วยการเปิดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวลงมาอยู่ที่ 1.399 ล้านบาท จำกัดจำนวนเฉพาะผู้ซื้อ 400 คันแรกเท่านั้น

สำหรับผู้ที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 จะได้รับข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติม:

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1

  • ฟรีตู้ชาร์จ Home Charger รับประกันนาน 3 ปี พร้อมฟรีค่าแรงติดตั้งระบบนาน 1 ปี

  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน Roadside Assistance นาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty) นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

  • การรับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง (HV Battery Warranty) นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

  • สิทธิ์ใช้งานระบบ Hyundai Bluelink และระบบอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA ฟรี 3 ปีแรก

มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ Midnight Black Pearl, สีขาว Optic White และสีเทา Titan Gray Metallic ผู้ที่สนใจสามารถเดินทางไปทดลองสัมผัสรถคันจริงได้ที่ IONIQ Lab และโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.