ถล่มตลาดต่ำหมื่น! MacBook Neo ทุบสถิติยอดจัดส่ง 1.1 ล้านเครื่องใน 3 สัปดาห์แรก คู่แข่งมีหนาว



สถาบันวิจัยตลาดระดับโลกอย่าง IDC ได้เปิดเผยรายงานข้อมูลล่าสุดระบุว่า Apple ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในวงการคอมพิวเตอร์พกพา หลังจากยอดจัดส่งของ MacBook Neo แล็ปท็อปรุ่นน้องเล็กรุ่นล่าสุดทำตัวเลขทะยานสูงถึง 1.1 ล้านเครื่อง ในช่วงไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์รุ่นนี้กลายเป็นหนึ่งในโมเดล Mac ที่เปิดตัวได้แข็งแกร่งและร้อนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของแบรนด์เลยทีเดียว

ความน่าสนใจของตัวเลข 1.1 ล้านเครื่องนี้ อยู่ตรงที่ MacBook Neo เพิ่งเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนมีนาคม ทำให้ในไตรมาสแรกมีเวลาทำตลาดจริงเพียงแค่ประมาณ 3 สัปดาห์เท่านั้น แต่กลับทำยอดจัดส่งแซงหน้าอดีตรุ่นเปิดตัวรุ่นพี่อย่าง M5 MacBook Air (ที่ทำได้ 900,000 เครื่อง) และ M5 MacBook Pro (ที่ทำได้ 550,000 เครื่อง) ในไตรมาสเปิดตัวได้อย่างขาดลอย

สเปกและราคาที่เป็นมิตรเพื่อการเข้าถึง

กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ MacBook Neo ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว คือเรื่องของ "โครงสร้างราคาและสเปก" ที่ฉีกแนวทางเดิมของแบรนด์:

  • ราคาเปิดตัว: Apple เคาะราคาเริ่มต้นมาที่ $599 (ประมาณ 2x,xxx บาท) ซึ่งเป็นระดับราคาที่ต่ำกว่า MacBook Air รุ่นเริ่มต้นถึง 45% เข้าถึงกลุ่มนักเรียนและองค์กรขนาดเล็กได้ง่ายขึ้น

  • วัสดุและการแสดงผล: ตัวเครื่องยังคงความพรีเมียมด้วยบอดี้อลูมิเนียม พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 13 นิ้วแบบ Liquid Retina

  • ขุมพลังภายใน: เพื่อทำราคาให้ต่ำลง รอบนี้ Apple เลือกที่จะไม่ใช้ชิปตระกูล M-Series แต่สลับมาใช้ขุมพลัง A18 Pro (ชิปเซ็ตระดับเรือธงฝั่งสมาร์ตโฟน) ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM 8GB แทน

ทางด้านสัดส่วนการตลาดทั่วโลก พบว่า 44% ของยอดจัดส่งทั้งหมดถูกส่งไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่ประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างอินเดียก็คว้าโควตาไปได้ราวๆ 18,000 เครื่อง แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาวางจำหน่ายที่สั้นมาก จนทำให้สินค้าขาดตลาดและตัวแทนจำหน่ายไม่สามารถหาเครื่องมาเติมสต็อกได้ทันความต้องการของผู้บริโภค

จุดเปลี่ยนของตลาดโน้ตบุ๊กงบประหยัด และการโต้กลับของคู่แข่ง

ทางด้านสถาบัน Counterpoint Research ได้ลงความเห็นว่า การมาของ MacBook Neo ไม่ใช่แค่เรื่องของยอดขายที่หวือหวา แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ Apple สามารถโดดลงมาแข่งขันในตลาดแล็ปท็อปราคาประหยัด (ช่วงราคา $400 ถึง $699) ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่ Apple แทบจะไม่เคยมีส่วนแบ่งมาก่อน โดยมีการคาดการณ์ว่า แล็ปท็อปรุ่นนี้จะช่วยดันมาร์เก็ตแชร์ของ Apple ในกลุ่มราคานี้จากเดิมที่มีอยู่เพียง 2% ให้พุ่งทะยานไปแตะระดับ 15% ได้ในอนาคต

นอกจากนี้ ความนิยมของ MacBook Neo อาจเข้าไปแทนที่และปิดฉากโมเดลรุ่นเก่าอย่าง MacBook Air ชิป M1, M2 และ M3 ที่เคยใช้ทำตลาดราคาพิเศษในช่วงเทศกาลลดราคาในหลายๆ ประเทศลงไปโดยปริยาย

แน่นอนว่าบิ๊กมูฟรอบนี้ทำให้ค่ายคู่แข่งฝั่ง Windows ไม่อาจอยู่เฉยได้ ล่าสุดแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Dell ก็ได้ชิงขยับตัวด้วยการเปิดตัว XPS 13 รุ่นใหม่ที่ปรับราคาเริ่มต้นลงมาสู้ที่ $699 ทันที เพื่อดักทางและชิงส่วนแบ่งในเซกเมนต์ราคาเข้าถึงง่ายนี้ ทั้งนี้ IDC คาดการณ์ว่าในไตรมาสปัจจุบัน ยอดจัดส่งของ MacBook Neo จะเกิดการ "พุ่งทะยานครั้งใหญ่" (Very big spike) อีกครั้ง หลังจากที่ Apple เริ่มเคลียร์ปัญหาซัพพลายเชนการผลิตตกค้างและขยายพื้นที่วางจำหน่ายไปยังประเทศอื่นๆ เพิ่มเติมทั่วโลก

ที่มา : IDC, MacRumors

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.